“หลังแน่น” การกลับมามีลุ้นแชมป์ลา ลีกา อีกครั้ง ของแอตเลติโก มาดริด เพราะตามหลังบาร์เซโลน่า เหลือ 7 แต้ม

การกลับมามีลุ้นแชมป์ลา ลีกา อีกครั้ง ของแอตเลติโก มาดริด

การกลับมามีลุ้นแชมป์ลา ลีกา อีกครั้ง ของแอตเลติโก มาดริด เพราะตามหลังบาร์เซโลน่า เหลือ 7 แต้ม มีหลายองค์ประกอบรวมกัน

แต่สิ่งสำคัญสุดคือเกมรับ อันเป็นความภาคภูมิใจของดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ชัยชนะ 1-0 เหนือมาลาก้า เมื่อวันเสาร์ เป็นสกอร์ที่คุ้นเคย และทำให้ทีมตราหมีผ่านนัดที่ 23 ของฤดูกาล ด้วยการเสียประตูไปแค่ 9 ลูก ดีกว่าสถิติของสโมสรที่เคยเสีย 10 ลูก เมื่อผ่านช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาล 1990/91

ยิ่งกว่านั้นมันดีกว่าฤดูกาลที่ทีมประสบความสำเร็จด้วยซ้ำไป

ตอนที่คว้าดับเบิลแชมป์ในซีซั่น 1994/95 ทีมเสีย 11 ลูกจาก 23 นัดแรก ขณะที่ซีซั่น 2013/14 ที่ได้แชมป์ลีกา เสียไป 16 ลูก

อย่างไรก็ตาม เอล โชโล่ ไม่อาจทำได้ดีสุดในประวัติศาสตร์ลา ลีกา เพราะเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า เคยมีสถิติเท่ากันนี้ในฤดูกาล 1993/94

ชัยชนะ 1-0 เหนือมาลาก้า ในนัดล่าสุดสะท้อนตัวตนของทีมได้เป็นอย่างดี ในเมื่อแอตเลติ ออกนำตั้งแต่นาทีแรกจากอองตวน กรีซมันน์ จากนั้นเป็นหน้าที่ของแนวรับในการรักษาประตูไว้จนจบเกม

จึงเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจทำไมตราหมี กลายเป็นทีมที่เหนืยวแน่นสุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

ใกล้เคียงสุดคือบาร์เซโลน่า ที่เสีย 11 ลูกจาก 23 นัด ตามด้วยนาโปลี และยูเวนตุส ที่เสีย 15 ลูกเท่ากัน เช่นเดียวกับบาเยิร์น มิวนิค และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่โดน 17 เม็ด ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ตัวเลขเพิ่มเป็น 19 ลูกจากความปราชัยล่าสุดที่มีต่อนิวคาสเซิ่ล เพียงแต่เกมลงสนามต่างกันเล็กน้อย

หนึ่งในคนที่ต้องรับภาระมากสุดในสถิตินี้ เห็นไม่พ้น ยาน โอบลัค

การเซฟลูกฟรีคิกครั้งสำคัญของโรเบร์โต้ โรซาเลส ในเกมกับมาลาก้า ช่วยให้เขาเก็บคลีนชีตครั้งที่ 15 ในฤดูกาล

แน่นอนมีลุ้นทำลายสถิติส่วนตัวที่เคยทำไว้ 24 คลีนชีตในฤดูกาล 2015/16

แต่มันคงไม่สำคัญไปมากกว่าความสำเร็จของทีม ที่ยังมีภาระทั้งในลา ลีกา และยูโรปา ลีก

“เอล นินโญ่”

(CR เนื้อหา: กองบัญชาการซ็อคเกอร์)